ผม กิตติวัฒน์ แย้มศิริ อยู่ สวนดุสิต(นิเทศสาศตร์) ระหัส51SP2760091
เกิดวันที่ 28/03/2533
ที่อยู่ 122/56 ซ.ติวานนท์9 ถ.ติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552
การจัดองค์ประกอบภาพ (Composition)
1.รูปทรง เป็นการจัดองค์ประกอบภาพที่ให้ความรู้สึก สง่างาม มั่นคง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ ทางสถาปัตยกรรม การถ่ายภาพวัตถุ หรือถ่ายภาพสิ่งต่างๆ เน้นให้เห็นความกว้าง ความสูง ความลึก โดยให้เห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง และความลึก หรือที่เรียกว่าให้เห็น Perspective หรือภาพ 3 มิติ
2.รูปร่างลักษณะ มีการจัดองค์ประกอบภาพตรงข้ามกับรูปทรง คือเน้นให้เห็นเป็นภาพ 2 มิติ คือ ความกว้างกับความยาว ไม่ให้เห็นรายละเอียดของภาพ หรือที่เรียกว่าภาพเงาดำ ภาพลักษณะนี้ เป็นภาพที่ดูแปลกตา น่าสนใจ ลึกลับ ให้อารมณ์และสร้างจินตนาการ ในการในการดูภาพได้ดีนิยมถ่ายภาพในลักษณะ ย้อนแสง ข้อควรระวังในการถ่ายภาพลักษณะนี้คือ วัตถุที่ถ่ายต้องมีความเรียบง่าย เด่นชัด สื่อความหมาย ได้ชัดเจน ฉากหลังต้องไม่มารบกวนทำให้ภาพนั้น หมดความงามไป
3.ความสมดุลที่เท่ากัน เป็นการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ภาพดูนิ่ง สง่างาม น่าศรัทธา คล้ายกับแบบเน้นด้วยรูปทรง แต่จะแสดงออกถึงความสมดุล นิ่ง ปลอดภัย ภาพลักษณะนี้อาจจะดูธรรมดา ไม่สะดุดตาเท่าใดนัก แต่ก็มีเสน่ห์และ
4.ความสมดุลที่ไม่เท่ากัน การจัดภาพแบบนี้ จะให้ความรู้สึกที่สมดุลย์เช่นเดียวกับแบบที่แล้ว แต่จะต่างกันอยู่ที่ วัตถุทั้งสองข้าง มีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน แต่จะสมดุลได้ด้วยปัจจัยต่าง ๆ กัน เช่น สี รูปทรง ท่าทาง ฉากหน้า ฉากหลัง ฯลฯ ภาพดูน่าสนในกว่าแบบสมดุลที่เท่ากัน แต่ความรู้สึกที่มั่นคงจะ น้อยกว่า แต่แปลกตาดี
2.รูปร่างลักษณะ มีการจัดองค์ประกอบภาพตรงข้ามกับรูปทรง คือเน้นให้เห็นเป็นภาพ 2 มิติ คือ ความกว้างกับความยาว ไม่ให้เห็นรายละเอียดของภาพ หรือที่เรียกว่าภาพเงาดำ ภาพลักษณะนี้ เป็นภาพที่ดูแปลกตา น่าสนใจ ลึกลับ ให้อารมณ์และสร้างจินตนาการ ในการในการดูภาพได้ดีนิยมถ่ายภาพในลักษณะ ย้อนแสง ข้อควรระวังในการถ่ายภาพลักษณะนี้คือ วัตถุที่ถ่ายต้องมีความเรียบง่าย เด่นชัด สื่อความหมาย ได้ชัดเจน ฉากหลังต้องไม่มารบกวนทำให้ภาพนั้น หมดความงามไป
3.ความสมดุลที่เท่ากัน เป็นการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ภาพดูนิ่ง สง่างาม น่าศรัทธา คล้ายกับแบบเน้นด้วยรูปทรง แต่จะแสดงออกถึงความสมดุล นิ่ง ปลอดภัย ภาพลักษณะนี้อาจจะดูธรรมดา ไม่สะดุดตาเท่าใดนัก แต่ก็มีเสน่ห์และ
4.ความสมดุลที่ไม่เท่ากัน การจัดภาพแบบนี้ จะให้ความรู้สึกที่สมดุลย์เช่นเดียวกับแบบที่แล้ว แต่จะต่างกันอยู่ที่ วัตถุทั้งสองข้าง มีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน แต่จะสมดุลได้ด้วยปัจจัยต่าง ๆ กัน เช่น สี รูปทรง ท่าทาง ฉากหน้า ฉากหลัง ฯลฯ ภาพดูน่าสนในกว่าแบบสมดุลที่เท่ากัน แต่ความรู้สึกที่มั่นคงจะ น้อยกว่า แต่แปลกตาดี
อุปกรณ์ในการถ่ายภาพ
1.ตัวกล้อง (Camera body)
เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายภาพ ตัวกล้องจะมีลักษณะเป็นกล่องภายในมีสีดำ ปิดมิดชิดเพื่อป้องกันแสงกระทบกับฟิล์ม ตัวกล้องอาจทำด้วยโลหะ หรือพลาสติกแข็ง ซึ่งแต่ละบริษัทใช้ผลิตออกมาจำหน่าย ภายในตัวกล้องจะมีกลไกต่าง ๆ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ที่ทำงานร่วมกันในการบันทึกภาพ กล้องบางรุ่นอาจเป็นระบบกลไก บางรุ่นอาจเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ หรือบางรุ่นอาจเป็นระบบดิจิตอล เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ ภายในตัวกล้อง จะมีตัวประกอบดังนี้
2.เลนส์ (Lens)
เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการถ่ายภาพ โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดแสงสะท้อนภาพให้ผ่านเข้าไปในกล้อง รวมแสงให้เป็นภาพที่มีความคมชัดบันทึกลงแผ่นฟิล์ม เลนส์สำหรับกล้องถ่ายภาพ 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยวนั้น จะทำจากแก้วเลนส์ จำนวนหลายชิ้น เลนส์แต่ละชิ้นจะเคลือบด้วยสารไวแสง เพื่อให้การรับภาพมีความคมชัด และภายในกระบอกเลนส์จะมีแผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) สำหรับเพิ่มหรือลดขนาดรูรับแสงเพื่อควบคุมปริมาณแสงเข้าไปในตัวกล้อง
3.เลนส์ถ่ายภาพไกล (Telephoto lens) เลนส์ชนิดนี้มีคุณสมบัติตรงข้ามกับเลนส์มุมกว้าง คือ มีความยาวโฟกัสยาวกว่าเลนส์มาตรฐานและเลนส์มุมกว้าง มีมุมรับภาพแคบเฉพาะส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่อรับภาพในระยะและตำแหน่งเดียวกันจะทำให้ภาพที่บันทึกได้มีขนาดใหญ่กว่าการใช้เลนส์ธรรมดาและเลนส์มุมกว้าง
เลนส์ถ่ายภาพไกล
4.เลนส์ถ่ายภาพต่างระยะ (Zoom lens) หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า เลนส์ซูม เลนส์ชนิดนี้เป็น ที่นิยม อย่างมากเพราะใช้สะดวก มีเลนส์รวมกันอยู่หลายชนิดในตัวเดียว สามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัสได้ในตัว ด้วยการเลื่อนกระบอกเลนส์ (สำหรับเลนส์แบบวงแหวนเดียว)หรือการหมุนวงแหวน ปรับระยะ (สำหรับเลนส์แบบสองวงแหวน) ไม่ต้องคอยเปลี่ยนเลนส์บ่อย ๆ เหมือนกับเลนส์ชนิดความยาวโฟกัสคงที่ แต่เนื่องจากเลนส์ชนิดนี้มีชิ้นเลนส์มาก จึงทำให้ความคมชัดลดลงเล็กน้อย จึงไม่เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการขยายใหญ่มาก ๆ แต่ก็เป็นเลนส์ที่มีผู้นิยมใช้กันมากตามเหตุผลที่ได้กล่าวมา เลนส์ถ่ายภาพต่างระยะ หรือเลนส์ซูมนี้ มีหลายขนาดให้เลือกใช้
5.
เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายภาพ ตัวกล้องจะมีลักษณะเป็นกล่องภายในมีสีดำ ปิดมิดชิดเพื่อป้องกันแสงกระทบกับฟิล์ม ตัวกล้องอาจทำด้วยโลหะ หรือพลาสติกแข็ง ซึ่งแต่ละบริษัทใช้ผลิตออกมาจำหน่าย ภายในตัวกล้องจะมีกลไกต่าง ๆ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ที่ทำงานร่วมกันในการบันทึกภาพ กล้องบางรุ่นอาจเป็นระบบกลไก บางรุ่นอาจเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ หรือบางรุ่นอาจเป็นระบบดิจิตอล เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ ภายในตัวกล้อง จะมีตัวประกอบดังนี้
2.เลนส์ (Lens)
เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการถ่ายภาพ โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดแสงสะท้อนภาพให้ผ่านเข้าไปในกล้อง รวมแสงให้เป็นภาพที่มีความคมชัดบันทึกลงแผ่นฟิล์ม เลนส์สำหรับกล้องถ่ายภาพ 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยวนั้น จะทำจากแก้วเลนส์ จำนวนหลายชิ้น เลนส์แต่ละชิ้นจะเคลือบด้วยสารไวแสง เพื่อให้การรับภาพมีความคมชัด และภายในกระบอกเลนส์จะมีแผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) สำหรับเพิ่มหรือลดขนาดรูรับแสงเพื่อควบคุมปริมาณแสงเข้าไปในตัวกล้อง
3.เลนส์ถ่ายภาพไกล (Telephoto lens) เลนส์ชนิดนี้มีคุณสมบัติตรงข้ามกับเลนส์มุมกว้าง คือ มีความยาวโฟกัสยาวกว่าเลนส์มาตรฐานและเลนส์มุมกว้าง มีมุมรับภาพแคบเฉพาะส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่อรับภาพในระยะและตำแหน่งเดียวกันจะทำให้ภาพที่บันทึกได้มีขนาดใหญ่กว่าการใช้เลนส์ธรรมดาและเลนส์มุมกว้าง
เลนส์ถ่ายภาพไกล
4.เลนส์ถ่ายภาพต่างระยะ (Zoom lens) หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า เลนส์ซูม เลนส์ชนิดนี้เป็น ที่นิยม อย่างมากเพราะใช้สะดวก มีเลนส์รวมกันอยู่หลายชนิดในตัวเดียว สามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัสได้ในตัว ด้วยการเลื่อนกระบอกเลนส์ (สำหรับเลนส์แบบวงแหวนเดียว)หรือการหมุนวงแหวน ปรับระยะ (สำหรับเลนส์แบบสองวงแหวน) ไม่ต้องคอยเปลี่ยนเลนส์บ่อย ๆ เหมือนกับเลนส์ชนิดความยาวโฟกัสคงที่ แต่เนื่องจากเลนส์ชนิดนี้มีชิ้นเลนส์มาก จึงทำให้ความคมชัดลดลงเล็กน้อย จึงไม่เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการขยายใหญ่มาก ๆ แต่ก็เป็นเลนส์ที่มีผู้นิยมใช้กันมากตามเหตุผลที่ได้กล่าวมา เลนส์ถ่ายภาพต่างระยะ หรือเลนส์ซูมนี้ มีหลายขนาดให้เลือกใช้
5.
ชนิดของกล้อง

1.กล้องขนาด 110 Pocket
เป็นกล้องขนาดเล็กกระทัดรัด ราคาถูก ใช้ฟิล์มมีลักษณะเป็นกลัก ขนาด 16 มม.หรือ 13x17มม. เป็นฟิล์มขนาดเล็ก ตัวกล้องทำด้วยพลาสติกแข็ง เลนส์ทำจากเจลาติน มีทางยาวโฟกัสคงที่ ไม่สามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัส หรือปรับโฟกัสได้ ช่องมองภาพแยกคนละช่องกับเลนส์ ภาพที่ได้มีความคมชัดพอสมควร แต่ไม่เหมาะสำหรับขยายใหญ่กว่าโปสการ์ด เหมาะสำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทัศนาจร สะดวกต่อการพกพา ราคาถูก ประมาณ 200-500 บาท เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่ไม่ต้องการความละเอียด หรือความคมชัดของภาพเท่าใดนัก หรือมีงบประมาณจำกัด
เป็นกล้องขนาดเล็กกระทัดรัด ราคาถูก ใช้ฟิล์มมีลักษณะเป็นกลัก ขนาด 16 มม.หรือ 13x17มม. เป็นฟิล์มขนาดเล็ก ตัวกล้องทำด้วยพลาสติกแข็ง เลนส์ทำจากเจลาติน มีทางยาวโฟกัสคงที่ ไม่สามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัส หรือปรับโฟกัสได้ ช่องมองภาพแยกคนละช่องกับเลนส์ ภาพที่ได้มีความคมชัดพอสมควร แต่ไม่เหมาะสำหรับขยายใหญ่กว่าโปสการ์ด เหมาะสำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทัศนาจร สะดวกต่อการพกพา ราคาถูก ประมาณ 200-500 บาท เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่ไม่ต้องการความละเอียด หรือความคมชัดของภาพเท่าใดนัก หรือมีงบประมาณจำกัด
2.กล้องฟิล์มกลัก ขนาด 126
หรือที่นิยมเรียกว่า กล้องอินสตาเมติก เป็นกล้องขนาดเล็กใช้ง่าย ตัวกล้องทำด้วยพลาสติกแข็ง หรือไฟเบอร์ ช่องมองภาพแยกคนละช่องกับเลนส์ เลนส์ทีทางยาวโฟกัสคงที่ (บางรุ่นสามารถปรับได้ 3 ระยะ คือ ใกล้ กลาง ไกล โดยใช้สัญลักษณ์แทน) เลนส์ทำจากเจลาติน การใช้งานเช่นเดียวกับกล้อง 110 Pocket แต่จะใช้ฟิล์มขนาดใหญ่กว่า คือ ขนาด 26x 26 มม. ภาพที่ได้มีความคมชัดพอสมควร แต่ไม่เหมาะสำหรับขยายใหญ่กว่าโปสการ์ด เหมาะสำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทัศนาจร สะดวกต่อการพกพา ราคาถูก เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ที่ไม่จริงจังกับการถ่ายมากนัก
3.กล้อง 35 มม. ชนิดสะท้อนเลนส์เดี่ยวหรือที่เรียกว่า กล้อง 35 มม. SLR (Single Lens Reflex Camera) เป็นกล้องที่นิยมใช้มากที่สุด ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. เช่นเดียวกัน ตัวกล้องทำด้วยโลหะ หรือไฟเบอร์ มีความแข็งแรงกว่า3 ชนิดแรก มีระบบมองภาพผ่านเลนส์โดยตรง เมื่อภาพสะท้อนผ่านเลนส์ จะมีกระจก 45 องศา เป็นตัวสะท้อนภาพขึ้นสู่ปริซึม 5 เหลี่ยม และสะท้อนสู่ช่องมองภาพจึงให้ความแม่นยำในการถ่ายภาพได้ดี สามารถปรับระยะชัด และรูรับแสงด้วยมือ สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้หลายระดับ เช่น 1/2 1/4 1/8 1/15 1/30 1/60 ไปจนถึง 1/8000 วินาที สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ มีเครื่องวัดแสงในตัว ถ่ายภาพได้คมชัดดีมาก อีกทั้งยังสามารถกำหนดรูรับแสงขนาดต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม มีเครื่องวัดแสงในตัว มีกลไกในการตั้งเวลาถ่ายภาพด้วยตนเอง สามารถต่อพ่วงไฟแวบ หรือไฟแฟลชได้ บางรุ่นมีไฟแวบในตัว ดังนั้นกล้องชนิดนี้จึงเป็นกล้องที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด เพราะให้ความคมชัด และรายละเอียดของภาพอยู่ในเกณฑ์ดี สำหรับผู้ที่ศึกษาในเรื่องการถ่ายภาพเพื่อให้เกิดทักษะและความชำนาญ ควรใช้กล้องชนิดนี้ และหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงการใช้กล้องชนิดนี้เป็นหลัก
เทคนิคการถ่ายภาพ
PANNING
เป็นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเหมือนกับภาพ Action แต่จะใช้เทคนิคการแพน หรือการส่ายกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนที่ และกดชัตเตอร์ขณะที่ส่ายกล้อง ทำให้วัตถุที่ต้องการเน้นนิ่ง เห็นรายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่ฉากหน้าและฉากหลังที่นิ่งอยู่กับที่ลู่ตามวัตถุ เป็นที่นิยมมากในการถ่ายภาพกีฬาประเภท
เป็นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเหมือนกับภาพ Action แต่จะใช้เทคนิคการแพน หรือการส่ายกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนที่ และกดชัตเตอร์ขณะที่ส่ายกล้อง ทำให้วัตถุที่ต้องการเน้นนิ่ง เห็นรายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่ฉากหน้าและฉากหลังที่นิ่งอยู่กับที่ลู่ตามวัตถุ เป็นที่นิยมมากในการถ่ายภาพกีฬาประเภท
นักวิ่งลมกรด การถ่ายภาพใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/2 วินาที รูรับแสง F 22 ส่ายกล้องตามนักกีฬา

เหิรฟ้า ใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ส่ายกล้องตามนักแข่งรถพร้อมกดชัตเตอร์ ความเร็วชัตเตอร์

SILHOUETTE
เป็นเทคนิคการถ่ายภาพย้อนแสง โดยจะไม่เห็นรายละเอียดของวัตถุ ควรถ่ายในช่วงเช้า หรือช่วงเย็น แสงแดดเริ่มอ่อน อย่าวัดแสงกับดวงอาทิตย์ตรง ๆ ควรวัดแสงที่ท้องฟ้า เฉียง 45 องศา กับดวงอาทิตย์ และลดรูรับแสงให้แคบลง 2-4 Stop หรือถ้าเป็นเวลาเย็นมาก สามารถมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าได้ ก็วัดแสงที่ดวงอาทิตย์
การถ่ายภาพปรเภทนี้ต้องระวังเรื่องฉากหน้าและฉากหลังด้วย เพราะจะทำให้รบกวนภาพทำให้ดูรกตา

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)